วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

สรุปความเป็นมาของการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา ณ จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 – ปัจจุบัน


วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2548 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครั้งที่ 1/2548 (ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย นากยกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในขณะนั้น) อนุมัติโครงการศูนย์การศึกษาต่อเนื่องคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ณ จังหวัดมุกดาหาร (ใช้สถานที่โรงเรียนมุกดาหาร)  โดยตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.มุกดาหาร” 


ฯพณฯ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม  วัฒนชัย องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีประธานพิธีลงนามความร่วมมือวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมอบทุนการศึกษาสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ต่อเนื่อง) ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่ศึกษา ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีการศึกษา 2548 

วันที่ 8 ธันวาคม 2549 จังหวัดมุกดาหารมอบอาคารโรงเรียนมุกดาลัยหลังเก่าอายุประมาณ 94 ปี (พ.ศ.2461) ให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเพื่อปรับปรุง

วันที่ 17 มีนาคม 2550 สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอนุมัติเงินสำรองมหาวิทยาลัยเพื่อปรับปรุงอาคารโรงเรียนมุกดาลัย  สำหรับจัดการเรียนการสอน (ต่อเนื่อง) ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาการบัญชี โดยในอนาคต จะเปิดสอนสาขาการท่องเที่ยว สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2550 ศ.พิเศษ ดร.จอมจิน  จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  และผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร (อาคารโรงเรียนมุกดาลัยหลังเก่าอายุกว่า 90 ปี)

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2550 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับโรงเรียนมุกดาลัย จังหวัดมุกดาหาร

วันที่  23  สิงหาคม  2550 ผู้อำนวยการส่วนงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ส่วน 7  (คุณรสริน  เจียมเจริญ) และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมาณเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร

วันที่ 21 กันยายน 2550 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย นายกสภามหาวิทยาลัย และ อธิการบดี เดินทางต้อนรับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (พล.อ.สรยุทธ์ จุลานนท์) ณ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร

วันที่ 21 กันยายน 2550 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย นายกสภามหาวิทยาลัย และ อธิการบดี รายงานการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน  2550 ดร.สุเมธ  แย้มนุ่น  รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา  พร้อมด้วย ศ.พิเศษ ดร.จอมจิน  จันทรสกุล  นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ศ.ดร. ประกอบ  วิโรจนกูฏ อธิการบดี และ  ผศ.ดร.มนูญ   ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมประชุมเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน  ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี (โรงเรียนมุกดาลัย) จังหวัดมุกดาหาร

วันที่ 29 มกราคม 2551 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และจังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมร่วมกันในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ณ จังหวัดมุกดาหาร พร้อมนำเสนอบริเวณพื้นที่จัดตั้งวิทยาเขต

วันที่ 29 มกราคม 2551 คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย คุณกิตติรัตน์ กุลตังวัฒนา เลขาธิการหอการค้า และสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร  เดินทางดูพื้นที่ในจังหวัดมุกดาหาร  3 แห่ง เพื่อพิจารณาพื้นที่จัดตั้งวิทยาเขต

วันเสาร์ที่  19 เมษายน 2551  ศ.(พิเศษ) ดร. จอมจิน  จันทรสกุล (นายกสภามหาวิทยาลัย)  ศ.(พิเศษ) ดร. ยุวัฒน์  วุฒิเมธี (อุปนายกสภามหาวิทยาลัย)  ศ.ดร. อมร  จันทรสมบูรณ์ (กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ)  ศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ (อธิการบดี) นายนิกร วีสเพ็ญ (ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย)  และกรรมการสภาฯ ดูพื้นที่จัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ใน ที่จังหวัดมุกดาหารมอบให้มหาวิทยาอุบลราชธานี  จำนวน  1134 ไร่

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2551 มติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร

วันที่ 7 พฤษภาคม 2551  ฯพณฯ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม  วัฒนชัย องคมนตรี ส่งจดหมายถึง ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2551 ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประชุมร่วมกับ ตัวแทนมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ศ.พิเศษ ดร.จอมจิน จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัย) และ ตัวแทนจังหวัดมุกดาหาร (ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร) เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร

วันที่ 12 สิงหาคม  2551 ดร.สุชาติ เมืองแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตรวจสอบพื้นที่สำหรับจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร

วันที่ 13 กันยายน 2551 การประชุมร่วมกับชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเพื่อทำความเข้าใจในการจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ (รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร) ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ (รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ ม.อุบลราชธานี) นายวิริยะ ทองผานายก อบจ.(ขณะนั้น) อ.สมบูรณ์ พรมสุ้ย รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามุกดาหาร เป็นต้น

วันที่ 15 กันยายน 2551 ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายสมชาย วงค์สวัสดิ์)  ให้ความเห็นชอบการใช้พื้นที่ป่าไม้ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีวิทยาเขตมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 การประชุมเพื่อทำความเข้าใจในการจัดตั้งวิทยาเขตมุกดาหาร โดยมี ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ (รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร) ดร.กุลภา โภคสวัสดิ์ (รักษาราชการแทนผู้ช่วยอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร  ผู้แทน ม.อุบลราชธานี ) ประชุมร่วมกับประชาชนตำบลมุกดาหาร และทุกท่านเห็นชอบในการจัดตั้งวิทยาเขตในพื้นที่ภูผาเจีย จังหวัดมุกดาหาร มอบพื้นที่อาคารหลังเก่าโรงเรียนมุกดาลัย (อาคาร 6) ให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อใช้ก่อสร้างอาคารเรียน  ศ.พิเศษ ดร.จอมจิน จันทรสกุล (นายกสภามหาวิทยาลัย) พร้อมด้วย ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ (รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ) ดร.กุลภา โภคสวัสดิ์ (รักษาราชการแทนผู้ช่วยอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร) และรองผู้อำนวยการโรงเรียนมุกดาลัย   เข้าดูพื้นที่อาคารโรงเรียนมุกดาลัยหลังเก่า  โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ดำเนินการก่อสร้าง อาคารศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี เพื่อรองรับการเปิดสอนหลักสูตร 4 ปี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาบัญชี สาขาบริหารธุรกิจ (การจัดการทั่วไป) ในปีการศึกษา 2552

วันที่ 25 ธันวาคม  2551 รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ (ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์) และ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์)  ถวายรายงานการจัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร พร้อมนี้ได้ถวายรายงานเกี่ยวกับอาคารศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี และมีแผนดำเนินการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา

วันที่ 4 มีนาคม 2552 ดร. สมหมายปรีชาศิลป์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร  ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์  รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและสารสนเทศ นายประทีป โรจนพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมุกดาลัย ให้การต้อนรับ ผู้แทนสำนักงบประมาณ เยี่ยมชมวิทยาเขตมุกดาหาร   ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี วิทยาเขตมุกดาหาร

วันที่ 1 ตุลาคม 2552 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้รับงบประมาณแผ่นดินในการก่อสร้าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา (งบประมาณผูกพัน 3 ปี) พรบ.งบประมาณ พ.ศ.2553

วันที่ 12 ตุลาคม  2552 นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานปลูกต้นไม้เพื่อเตรียมรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2552 โดยประกอบด้วยต้นยางนา (ต้นยางนา หมายถึงราชาแห่งป่า) และต้นเอกมหาชัย หรือพฤกษาสวรรค์ (ต้นเอกมหาชัย หมายถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และสูงสุด) การปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ชนิด เป็นการแสดงถึงการเริ่มต้นของการสร้างความเจริญ สร้างความรู้ให้กับลูกหลานของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจะเจริญควบคู่กับการปลูกต้นไม้ในวันนี้ (โดยวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2448 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประกาศรวมหอพระสมุดสามแห่ง จัดตั้งเป็น หอสมุดสำหรับพระนคร นับเป็นหอสมุดสาธารณะแห่งแรกของไทยอันเป็นต้นกำเนิดของหอสมุดแห่งชาติ)

วันที่ 21 ธันวาคม  2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา ณ ภูผาเจีย วิทยาเขตมุกดาหาร โดยมีผู้แทนสำนักงบประมาณ (นางฉวีวรรณ  สุคันธรัตน์ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ) ถวายมาลัยพระกร

วันที่ 21 ธันวาคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร “เทพรัตน์คุรุปการ” วิทยาเขตมุกดาหาร  โดยมีผู้แทนสำนักงบประมาณ (นางอลิสา ปิ่นประเสริฐ) ถวายมาลัยพระกร ณ อาคารเทพรัตน์คุรุปการ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานข้อเสนอแนะการจัดการเรียนการสอนให้กับนายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย  อธิการบดี  ณ อาคารเทพรัตน์คุรุปการ 

วันที่ 28 กันยายน 2553 สำนักธนารักษ์พื้นที่มุกดาหาร ได้ขึ้นทะเบียนการใช้พื้นที่ภูผาเจีย สถานที่ก่อสร้าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เป็นที่ราชพัสดุ

วันที่ 5 เมษายน 2554 คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยได้ให้ความเห็นชอบในหลักการในการจัดทำ MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดหาร กับ The Florida State University และสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบในวันที่ 7 พฤษภาคม 2554

วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ตัวแทนจังหวัดมุกดาหาร (ผู้ว่าราชการ หัวหน้าสำนักงาน) เข้าพบท่านนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และสภามหาวิทยาลัยในวันที่ วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 เห็นชอบให้มีการลงนามความร่วมมือโครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา”

วันที่ 21 มิถุนายน 2554 วิทยาเขตมุกดาหารได้รับการตรวจการจัดการนอกสถานที่ตั้ง โดยการตรวจของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก สกอ.

วันที่ 15 ตุลาคม 2554 ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการลงนามบันทึกความเข้าใจในการพัฒนา โครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา” ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมสถานที่ก่อสร้าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา  ณ ภูผาเจีย

เดือนกุมภาพันธ์ –มีนาคม 2554 เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศญี่ปุ่น ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา ณ ภูผาเจีย วิทยาเขตมุกดาหาร จึงต้องให้ความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้อาคารมากที่สุด  โดยเฉพาะประเด็นฐานรากของอาคารที่มีข้อจำกัดในการจะต้องก่อสร้างบนชั้นหิน ณ บริเวณ ภูผาเจีย มีมติให้มีการสำรวจชั้นหินและออกแบบฐานรากของอาคารฯ ให้มีความแข็งแรงเพื่อรองรับกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

วันที่ 6 ธันวาคม 2554 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม ยุบรวม สถาบันอุดมศึกษา โดยในร่างดังกล่าวข้อ 2.5 อาจใช้การสร้างเป็นวิทยาเขตที่สามารถพัฒนาให้เกิดคุณภาพมากขึ้น มีหลักสูตรการจัดการศึกษาที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการเคลื่อนย้ายคนและแรงงานในการประกอบอาชีพในพื้นที่ ในอนาคตเมื่อมีความพร้อมที่จะเป็นมหาวิทยาลัยก็ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยดังเช่นตัวอย่างมหาวิทยาลัยพะเยา ทั้งนี้ทุกภาคส่วนของจังหวัดทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิทยาเขตด้วย


ประเด็นเสนอ
1.       เห็นควรพิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินการเป็น “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา”  เพราะ
-          เป็นตามไปตาม มติ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม ยุบรวม สถาบันอุดมศึกษา เมื่อ วันที่ 6 ธันวาคม 2554
-          เป็นไปตาม บันทึกความเข้าใจในการพัฒนา โครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา” ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่มี ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการลงนามฯ วันที่ 15 ตุลาคม 2554
-          เป็นไปตามมติ สภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2554 เห็นชอบให้มีการลงนามความร่วมมือโครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา”
2.       เห็นควรพิจารณาสนับสนุนงบประมาณพัฒนาด้านสาธารณูปโภค ณ บริเวณภูผาเจีย วิทยาเขตมุกดาหาร เพราะ
-          เป็นตามไปตาม มติ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม ยุบรวม สถาบันอุดมศึกษา เมื่อ วันที่ 6 ธันวาคม 2554
-          เป็นไปตาม บันทึกความเข้าใจในการพัฒนา โครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา” ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่มี ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการลงนามฯ วันที่ 15 ตุลาคม 2554
3.       เห็นควรพิจารณาสนับสนุนงบประมาณด้านการก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชการ เพราะ
-          เป็นตามไปตาม มติ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม ยุบรวม สถาบันอุดมศึกษา เมื่อ วันที่ 6 ธันวาคม 2554
-          เป็นไปตาม บันทึกความเข้าใจในการพัฒนา โครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา” ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่มี ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการลงนามฯ วันที่ 15 ตุลาคม 2554
-          เดือนกุมภาพันธ์ –มีนาคม 2554 เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศญี่ปุ่น ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา ณ ภูผาเจีย วิทยาเขตมุกดาหาร จึงต้องให้ความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้อาคารมากที่สุด  โดยเฉพาะประเด็นฐานรากของอาคารที่มีข้อจำกัดในการจะต้องก่อสร้างบนชั้นหิน ณ บริเวณ ภูผาเจีย มีมติให้มีการสำรวจชั้นหินและออกแบบฐานรากของอาคารฯ ให้มีความแข็งแรงเพื่อรองรับกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต 


File สรุปการจัดการเรียนการสอนอุดมศึกษา ณ จังหวัดมุกดาหาร 

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

คนมุก น่าจะเรียนที่มุก



หลายๆ ท่านเคยมีคำถามเหมือนผู้เขียนหรือไม่ว่า ทำไมเวลาที่เราเรียนระดับมัธยมศึกษาเราก็มักเรียนที่จังหวัดโรงเรียนบ้านเกิด โรงเรียนประจำอำเภอ โรงเรียนประจำจังหวัด แต่พอเมื่อเราโตขึ้นสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัย เรามักจะมีข้ออ้างว่าต้องการไปเรียนที่อื่นๆ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ เืพื่อได้เรียนรู้การใช้ชีวิต แน่นอนครับ สมัยหลายสิบปีก่อน การศึกษาระดับอุดมศึกษานั้นมีสถาบันหรือมหาิวิทยาลัยไม่กี่แห่ง โดยเฉพาะภาคอีสานของเรานั้น มีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยหลัก นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่างก็แย่งชิงกันเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย (เนื่องจากรับจำนวนจำกัด) แน่นอนถ้าเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนของภาคอีสานต่างก็มุ่งสู่จังหวัดขอนแก่น นักเรียนของจังหวัดมุกดาหารก็เช่นกัน ต่างก็มุ่งหวังสู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มหาวิทยาลัยอื่นๆ ทีอยู่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา (เนื่องจากอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทยขณะนั้นมีจำนวนไม่มาก)

อย่างไรก็ดี เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปจนถึงปัจจุบัน จังหวัดต่างๆ ล้วนมีมหาวิทยาลัยประจำจังหวัดเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือ อื่นๆ บางจังหวัดไม่มีมหาวิทยาลัยก็มีวิทยาเขต (ของมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ) ดังนั้น มหาวิทยาลัยประจำจังหวัดเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ทำให้ไม่เกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานในการเรียนมากนัก (ซึ่งความเป็นจริงก็ยังคงมีอยู่ คือ ผู้ที่มีฐานะการเงินที่ดีและเรียนเก่ง ก็สามารถที่จะเลือกเรียนในสถาบันมหาวิทยาลัยที่มีชื่อในจังหวัดไกลๆ ไม่่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ หรืออื่นๆ )

ที่นี้ ก็มีคำถามว่า ข้อดีของการเรียนระดับอุดมศึกษาในจังหวัดของตัวเราเอง ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และ ข้อเสีย ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ คนที่เกี่ยวข้องก็ประกอบไปด้วย ผู้เรียน ผู้ปกครอง ที่จะต้องพิจารณา ข้อดี ข้อเสีย แล้วทำการชั่งดูว่า อันไหนจะมากกว่ากัน ซึ่งผู้เขียนก็อนุญาตไม่ออกความคิดเห็นใดๆ ก็แล้วกัน เพราะจะเป็นการชี้นำ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนได้เห็นที่จังหวัดมุกดาหาร (โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของวิทยาเขต) นั้น ผู้เขียนได้เห็นนักศึกาษาคนหนึ่งที่วิทยาเขตมุกดาหาร เข้ามุ่งมั่นที่จะเรียนที่วิทยาเขตมุกดาหาร เพราะ "ตอนเย็นเมื่อเลิกเรียนที่วิทยาเขตมุกดาหาร (อาคารเทพรัตน์คุรุปการ) แล้ว เขาจะไปช่วยคุณแม่ของเขาขายของที่ตลาดราตรี ซึ่งเป็นตลาดโต้รุ่งของเทศบาลมุกดาหาร" หากท่านใดผ่านไปเห็นแล้ว ท่านจะประทัีบใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาทำงานช่วยคุณแม่ของเขาอย่างมีความสุข ทำให้ผู้เขียนมานึกย้อนหลังว่า หากเมื่อในอดีตที่จังหวัดของผู้เขียนมีมหาวิทยาลัย ผู้เขียนคงจะได้มีโอกาสกลับมาบ้านช่วยคุณพ่ิอคุณแม่ในการประกอบอาชีพในตอนเย็นหรือวันเสาร์อาทิตย์ ความอบอุ่นความใกล้ชิดคงจะเกิดขึ้น ความเห็นอกเห็นใจในการใช้เงินของลูกก็คงจะเข้าใจความลำบากของคุณพ่อคุณแำม่

ครัีบ ที่กล่าวข้างต้น สำหรับ มุกดาหาร ถึงแม้ว่าจะไม่มีมหาวิทยาลัยเหมือนจังหวัดอื่นๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ก็มีทางเลือกสำหรับนักเรียน (ม.6) ผู้ที่ประสงค์จะเรียนที่จังหวัดมุกดาหาร คือ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่โตเหมือนกันมหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าสิ่งที่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร มีความใหญ่โตไม่แพ้ที่อื่นๆ คือ ความเอาใจใส่ของอาจารย์ที่วิทยาเขตมุกดาหารที่มีต่อลูกศิษย์ทุกคน ความใหญ่โตดังกล่าว เป็นสิ่งที่วิทยาเขตมุกดาหารมุ่งมั่นว่า จะให้ความรักต่อนักศึุกษาทุกคนเหมือนคนในครอบครัว

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่า "มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร" จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนมุก ที่ต้องการมีเวลาให้กับครอบครัวให้กับคุณพ่อคุณแม่ และคนอื่นๆ เรามาใช้เวลาเหล่านั้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันทั้งด้านวิชาการ และด้านสังคมที่อบอุ่นกันเถอะครับ

หมายเหตุ.
มติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2554 เห็นชอบร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ ข้อ 2.5 อาจใช้การสร้างเป็นวิทยาเขตที่สามารถพัฒนาให้เกิดคุณภาพมากขึ้น มีหลักสูตรการจัดการศึกษาที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการเคลื่อนย้ายคนและแรงงานในการประกอบอาชีพในพื้นที่ ในอนาคตเมื่อมีความพร้อมที่จะเป็นมหาวิทยาลัยก็ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยดังเช่นตัวอย่างของมหาวิทยาลัยพะเยา ทั้งนี้ทุกภาคส่วนของจังหวัดทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิทยาเขตด้วย



วิสัยทัศน์ใหม่ของจังหวัดมุกดาหาร “เมืองการศึกษา การค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยงอาเซียน”

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างจังหวัดมุกดาหารและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร

นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างจังหวัดมุกดาหารและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร พร้อมกับบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษากับการเป็นประชาคมอาเซียน” ให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ณ ห้องประชุมวิทยาลัยการอาชีพ นวมินทราชินีมุกดาหาร เมื่อเร็วๆ นี้

โดย รมช.ศธ. กล่าวในโอกาสนี้ว่า ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของจังหวัดมุกดาหารที่จะได้มีการขับเคลื่อนด้านการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพของจังหวัดในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมุกดาหารต่อไปในอนาคต จากคำกล่าวรายงานทำให้ทราบว่าการจัดการศึกษาของจังหวัดมุกหารพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและมีการพัฒนาการศึกษาอย่างมุ่งมั่นที่จะให้เกิดผลสำเร็จ ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเราต้องใช้การศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อนและเพื่อใช้พัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ดังนั้นเป้าหมายในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนครั้งนี้เราต้องรู้จักปรับบทบาทด้านการศึกษาให้รู้ถึงศักยภาพเขาและศักยภาพเรา เพื่อการแข่งขันกับประชาคมโลกได้ ภายใต้กรอบเวลา ๒ ปี กระทรวงศึกษาธิการต้องดำเนินการพัฒนา ๕ ศักยภาพของพื้นที่ใน ๕ กลุ่มอาชีพใหม่ให้สามารถแข่งขันได้ใน ๕ ภูมิภาคหลักของโลก โดยสอดแทรกในหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียน ซึ่งกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ในการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แบ่งเป็น ๒ ช่วงเวลา คือ ๒ ปีแรก คือ ๒๕๕๕-๒๕๕๖ เพื่อเตรียมตัวให้มีความชัดเจนเป็นรูปเป็นร่าง มองเห็นทิศทางในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ส่วน ๒ ปีหลัง คือ ๒๕๕๗-๒๕๕๘ ต้องมีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนตามข้อกำหนดของประเทศสมาชิก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีการเตรียมตัวน้อยมาก

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดกลุ่มอาชีพใหม่ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนี้ ๑. อาชีพใหม่ทางด้านเกษตรกรรม ๒. อาชีพใหม่ทางด้านหัตถกรรม ๓. อาชีพใหม่ทางด้านพาณิชยกรรม ๔. อาชีพใหม่ทางด้านบริการวิจัยวิชาการ และ ๕. ผู้เรียนต้องได้เรียนตามความสามารถตามความถนัด โดยนำกลุ่มอาชีพใหม่นี้มาสอดแทรกในหลักสูตรและทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะประสบความสำเร็จ และจะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เริ่มจากการปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน/ประชาคมโลก โดยส่งเสริมพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยและการพัฒนาฝึกอบรม ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษากับนานาประเทศ ส่งเสริมและสนับสนุนองค์และสถาบันการศึกษาของประเทศโดยทำให้เป็นศูนย์เครือข่ายการศึกษาระหว่างประเทศทั้งในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก ส่งเสริมวิจัยพัฒนาการศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของผู้เรียน ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เผยแพร่และเชื่อมโยงภูมิปัญญาไทยกับภูมิปัญญาสากล โดยเฉพาะในการทำวิจัยควรทำให้สอดคล้องกับท้องถิ่นและสามารถนำไปใช้ได้จริง กำหนดมาตรการเชิงรับเชิงรุกเพื่อเปิดรองรับเสรีทางการค้าและบริการด้านการศึกษาทั้งในระดับทวิภาคีพหุภาคี นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เงิน และเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารความรู้ต่างๆ ที่สำคัญต้องส่งเสริมการเรียนการสอนด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาสากลให้เป็นภาษาที่สอง ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา มีการดูแลพัฒนาเด็กตามช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับปริญญาตรี เนื่องจากในข้อตกลงอาเซียนกำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาอาเซียน ดังนั้นจึงต้องฝากคุณครูในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กเพื่อเข้าสู่อาเซียนให้ได้เป็นลำดับแรก เนื่องจากการสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการติดต่อกับประเทศสมาชิก

จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหาร เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติมหาราชา บริเวณภูผาเจีย ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

*****************************************

ศศิพิชญ์ / ข่าว

วิชัย / ภาพ

กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป

อ้างอิง
http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1818&contents=61466

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สรุปการตรวจประเมินการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง ม.อุบลฯ มุกดาหาร

สรุปการตรวจประเมินการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในกรณีตรวจที่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร








วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รัฐมนตรีฯ มอบนโยบายด้านการศึกษากับประชาอาเชียน (ที่มุกดาหาร)

วันนเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ฯพณฯ บุณรื่น ศรีธเรศ) ให้เกียรติเดินทางมาที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อมอบนโยบายด้านการศึกษากับการเป็นประชาคมอาเชียน โดยกำหนดการ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงแรกจะเป็นประธานพิธีความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร กับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการพัฒนา "มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราช"



กำหนดการ
บรรยายพิเศษมอบนโยบาย “การศึกษากับการเป็นประชาคมอาเซียน”
โดย ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔
ณ ห้องประชุมวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร

....................................................................................................

เวลา 09.00 – 10.00 น. ลงทะเบียนร่วมงาน

เวลา 10.00 – 10.10 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวต้อนรับ ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เวลา 10.10 – 10.25 น. ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างจังหวัดมุกดาหาร และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในโครงการ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา” โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เวลา 10.25 – 11.25 น. ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษและมอบนโยบายด้านการศึกษา ในหัวข้อ “การศึกษากับการเป็นประชาคมอาเซียน”

เวลา 11.25 น. เป็นต้นไป ฯพณฯ บุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินทางเยี่ยมชมการจัดการศึกษาของสถานศึกษาต่อไปนี้
- วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร
- โรงเรียนโสตศึกษามุกดาหาร
- ที่ตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติ มหาราชา (บริเวณภูผาเจีย ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร)
- โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร


....................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มุกดาหารกับการเป็นประชาคมอาเซียนใน พ.ศ. ๒๕๕๘ ด้านการศึกษา

ในกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วที่ทุกภาคส่วนจะต้องรู้เท่าทันเพื่อปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดที่เป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้และปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของประเทศเพื่อนบ้านด้วย จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๒ เพื่อเชื่อมต่อไปสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเวียดนามรวมทั้งสามารถไปสู่จีนและญี่ปุ่นตามลำดับ สำหรับการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ของจังหวัด คือ (๑) การพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม (๒) การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว (๓) การพัฒนาการค้าชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (๔) การพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ (๕) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ (๖) การรักษาความมั่นคง จะเห็นว่ายุทธศาสตร์ของจังหวัดมุกดาหารนั้นได้กำหนดให้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านท่องเที่ยว ด้านการค้า ซึ่งจะเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องที่การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการดังกล่าว โดยสิ่งนั้นคือ การจัดให้มีการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นในจังหวัดมุกดาหารเพื่อสามารถผลิตบัณฑิตรองรับตามยุทธศาสตร์ข้างต้น
กล่าวสำหรับจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาทั้งที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศในเรื่องการท่องเที่ยวและการค้า ซึ่งตามรายงานผังอนุภาคกลุ่มจังหวัดมุกดาหาร นครพนม สกลนคร และกาฬสินธุ์ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติในเขตภูมิภาคอินโดจีน (โดยจัดตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติที่จังหวัดมุกดาหาร) จะเห็นว่ารายงานดังกล่าวได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ (๑) การเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตในการแข่งขันในเวทีนานาชาติ (๒) การพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันอุดมศึกษาต่อการเกิดประชาคมอาเซียน (๓) การส่งเสริมบทบาทของอุดมศึกษาไทยในประชาคมอาเซียน นอกจากนั้น ยังสอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี แนวทางการส่งเสริมอุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓ ในประเด็น หนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด (ยุทธศาสตร์ ๑. พัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคม ๒. หนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด ๓. จัดตั้งศูนย์จัดการความรู้เพื่อพัฒนาจังหวัดในทุกสถาบันอุดมศึกษา ๔. การสร้างความเป็นพลเมืองของนิสิตนักศึกษา ๕. การสร้างบรรยากาศเพื่อปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา โดยให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมตามแนวทางดังกล่าว)

สำหรับยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วย (๑) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (๒) ประชาคมด้านเศรษฐกิจอาเซียน และ (๓) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนนั้นเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของอาเซียนที่ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนข้างต้นจะต้องดำเนินการ โดยเฉพาะอาจจะต้องมีการจัดทำหลักสูตรที่เกี่ยวกับสังคมศิลปวัฒนธรรมอาเซียนในมหาวิทยาลัยที่จังหวัดมุกดาหาร หรือการถ่ายโอนหน่วยกิตในหลักสูตรต่างๆ ในระดับอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร เช่น หลักสูตรการบัญชี (สากล) หลักสูตรบริหารธุรกิจนานาชาติ หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนั้น การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารระหว่างนักศึกษาอาเซียนผ่านสื่อภาษากลางของอาเซียน (อาจจะเป็นภาษาอังกฤษ) ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด เพื่อให้นักศึกษาของประเทศไทยได้มีศักยภาพด้านดังกล่าวเพื่อสามารถแลกเปลี่ยนถ่ายโอนการศึกษาระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งภาษาอังกฤษก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จังหวัดมุกดาหารควรจะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนั้น เนื่องจากจังหวัดมุกดาหารนักศึกษาประเทศเพื่อนบ้านสามารถข้ามเดินทางมาศึกษาได้ค่อนข้างจะสะดวก ดังนั้น การส่งเสริมให้นักศึกษาประเทศเพื่อนบ้านสามารถข้ามมาศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาฝั่งจังหวัดมุกดาหารก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเป็นประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้น สำหรับประเด็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาประชาคมอาเซียน จังหวัดมุกดาหารสามารถดำเนินการเพื่อรองรับได้โดยปรับปรุง Website หรือ ระบบสารสนเทศด้านต่างๆ ของจังหวัดมุกดาหารให้เป็นภาษาอาเซียนหรือภาษาอังกฤษ ภาษาเวียดนาม และที่สำคัญคือภาษาจีน ซึ่งจะทำให้นักเรียนนักศึกษาในอาเซียนได้รู้จักจังหวัดมุกดาหารได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจในการเดินทางมาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยเมื่อมีจำนวนนักศึกษาจำนวนมากขึ้นจังหวัดมุกดาหารจะกลายเป็นเมืองการศึกษาของอาเซียนและเมือง ICT ไปพร้อมกัน อันจะสอดรับการยุทธศาสตร์ของจังหวัดในประเด็นการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับรายงานผังอนุภาคกลุ่มจังหวัด (โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย) การเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติในเขตภูมิภาคอินโดจีน อีกทั้งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓ และประการสำคัญ คือ เป็นการดำเนินการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.๒๕๕๘

เป็นที่น่าสังเกตว่าจังหวัดมุกดาหารนั้นมีสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง คือ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้มาดำเนินการจัดการเรียนสอน ณ จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้ ชื่อว่า “วิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี” เพื่อเป็นการสร้างโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษาให้กับประชาชนในประเทศภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๐ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และ วัฒนธรรม (๓) “ ...พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม...” จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของจังหวัดมุกดาหารไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อทำให้วิทยาเขตมุกดาหารแห่งนี้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จะพัฒนารับรองการเป็นประชาคมอาเซียนของจังหวัดมุกดาหาร อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่น่าจะต้องให้ความสำคัญเช่นกัน คือ เมื่อเร็วนี้ (วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดภายใต้โครงการ “จับคู่มหาวิทยาลัยกับจังหวัดร่วมพัฒนาพื้นที่” โดยกำหนดให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครรับผิดชอบจังหวัดมุกดาหาร
ดังนั้น สิ่งที่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนจังหวัดมุกดาหารควรจะต้องร่วมกันคิดร่วมกันผลักดันให้พื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็นแหล่งการเรียนรู้เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ทุกคนต้องการอะไรอย่างไรและจะมีส่วนช่วยกันอย่างไรบ้าง หากท่านต้องการให้วิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องได้รับการสนับสนุนร่วมกันก้าวเดินร่วมกันเพื่อทำให้ จังหวัดมุกดาหาร เป็น “MUKDAHAN” ที่ว่า M = Management U = Unity K = Knowledge D = Develop A= Ability H = Happy A = Abroad N= Natural เป็นเมืองที่มีการจัดการที่ดีสร้างสรรค์สามัคคีพัฒนาองค์ความรู้ความสามารถอันนำมาซึ่งความสุขตามธรรมชาติเพื่อรองรับเพื่อนชาวต่างชาติ ภายใต้ MUK model ที่ว่า M= Multi person U = Utility K = Knowledge สร้างสรรค์ความรู้ที่เป็นสารประโยชน์ต่อผู้คนทั้งหลาย
มนูญ ศรีวิรัตน์ **ผู้เขียน เขียนภายใต้กรอบความคิดส่วนตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันใดๆ หากมีสิ่งที่ที่ผิดพลาดขอน้อมรับและกราบอภัยมา ณ โอกาสนี้ ใช้ประกอบการเสวนา “การศึกษากับการเป็นประชาคมอาเซียน” วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ โรงแรมมุกดาแกรนด์ จังหวัดมุกดาหาร

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

วิทยเขตมุกดาหาร ร่วมงานกาชาดของจังหวัด





นักศึกษา และ บุคลากร ของวิทยาเขตมุกาดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้จัดนิทรรศการของวิทยาเขตมุกดาหารในงานกาชาดจังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ ๗ - ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔