วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

เพลงสร้างจิต เรียนรู้ได้จริงหรือ? (ท่านโสภณ สุภาพงษ์)

วันนี้ วันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓ ท่านโสภณ สุภาพงษ์ (กรรมการสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี) ได้ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต พร้อมจิตใจ ตอน เพลงสร้างจิต เรียนรู้ได้จริงหรือ? ผมได้พยายามสรุปจากการบรรยายของท่านโสภณ เพื่อถ่ายทอดให้นักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่วิทยาเขตมุกดาหาร ได้รับทราบเพื่อนำไปฝึกฝนปฏิบัติ ดังนี้
จักรวาลที่เกิดขึ้นมานานแล้วนั้นมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ต้องการมีตัวกลางในการติดต่อสื่อสาร ทั้งนี้ เพราะจักรวาลสามารถติดต่อกันได้โดยไม่มีสื่อกลาง โดยที่สภาพของจักรวาลมีสภาพที่เป็นหนึ่งเดียว ที่มีรู้สึกเหมือนกัน สิ่งหนึ่งเกิดแห่งหนึ่งจะสื่อสารกันได้ในอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ที่อาจจะเรียกว่า มีลักษณะที่พัวพันกันอย่างแยกไม่ออก ที่เราเห็นสิ่งต่างๆ นั้นเพราะว่า แสงเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆ วิ่งเข้ามาหาดวงตาเรา เราเห็นดวงจันทร์เพราะการเดินทางของแสงโดยใช้เวลา ๑.๒ วินาที่ และเห็นดวงอาทิตย์ใช้เวลา ๘.๓๑ วินาที จะเห็นว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นภาพอดีตของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่เราเห็น ตามทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ไม่มีอะไรที่เร็วกว่าแสง แต่ทุกวันนี้เริ่มมีคนค้นพบว่า มีสิ่งที่เร็วกว่าแสงที่มีคุณสมบัติคล้าย จิต ดังนั้น หากเรามีจิตที่บริสุทธิ์ เราจะสามารถดูอดีตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตตอนใกล้จะดับจะมีความเร็วกว่าแสง ซึ่งทำให้เราหรือคนๆ นั้น ได้เห็นอดีต
จิตเป็นเรื่องที่เกิดมาพร้อมกับจักรวาลเมื่อตั้งแต่เแรกเริ่ม โดยที่จักรวาลนี้มีคลื่นเกิดขึ้นมาพร้อมกับพลังงาน คลื่นนั้นมีหลายประเภท หลายชนิด ให้อุณหภูมิพลังงานที่แตกต่างกันไป แต่กล่าวสำหรับคลื่นบางอย่างที่นักวิทยาศาสตร์อาจจะไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบคลื่นที่พระพุทธเจ้ารู้ สัมผัสได้นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คลื่นของจิต จิตมันมาของมันเอง แต่ร่างกายมาอาศัยจิตอยู่ เมื่อร่างกายผุพังไป จิตก็จะกลับไปสู่ที่เดิมที่เริ่มต้น และจิตก็ไปหาที่ใหม่ร่างกายใหม่
จิต กับ ความคิด เป็นคนละเรื่อง การแยกจิตและความคิดจะต้องใช้สมาธิเข้ามาช่วยในการแยก โดยการทำสมาธิอาจจะได้เสียงเพลงที่มีลักษณะคลื่นความถี่ต่ำ
โดยปกติการเรียนรู้ควรจะต้องเรียนรู้ด้วยจิต ไม่ใช้เรียนรู้ด้วยสมอง เพราะคนเราเมื่อประมาณอายุ ๒๕ ปี สมองที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกทำลายไปบางส่วน ดังนั้น การใช้จิตที่มีสติสมาธิจะช่วยในการเรียนรู้ทำให้สมองกลับมามีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น สมอง เป็นอวัยวะที่ต้องการพลังงานอยากมากเพื่อไปหล่อเลี้ยงในการทำงาน เมื่อเราทำงานมากและคิดหนักด้วยการใช้สมองมาก เราจะก็เกิดความหิวกินมากไปด้วย ทำให้ร่างกายอาจจะอ้วนได้
ขอกลับมาเรื่องของจักรวาล สิ่งที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ คือ ในโลกนี้จักรวาลนี้ อยู่ภายใต้กฎ ที่เรียกว่า กฎธรรมชาติ กฎสมมติ ไม่ได้อยู่เหนือ กฎธรรมชาติ การเข้าใจเข้าถึงกฎธรรมชาติ เป็นเรื่องที่เราทุกคนจะต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งอย่างแท้จริง กฎธรรมชาติ นั้น เราไม่สามารถเปลี่ยนปรอท เป็น ทอง ไม่ได้ แต่ เราสามารถเปลี่ยนน้ำสกปรก เป็น น้ำบริสุทธิ์ไได้ เพราะ ธรรมชาติของน้ำบริสุทธิ์ โดยเฉพาะธรรมชาติของจิตสะอาดมาก่อน บริสุทธิ์ ดังนั้น การจะทำจิตให้บริสุทธิ์สามารถทำได้โดยการฟังเพลงสวด (ที่มีความถี่ต่ำ)และโดยการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น เราจะพบสภาวะที่บริสุทธิ์ จิตจะขจัดสิ่งที่ไม่ดีออก และเราจะพบจิตดั่งเดิมที่บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับจักรวาล จิตมีพลังงานเป็นคลื่น โดยถ้าเรามีชีวิตที่อยู่ในสายคลื่น (ไฟฟ้า) ที่มีความมุทิตา เป็นคลื่นไฟฟ้าในสมอง ความถี่ต่ำ จะพบความจริงแท้ พบความชื่นใจ พบความกรุณา
ดังนั้น เราสามารถใช้จิตเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้เช่นกัน เพราะอย่างที่กล่าวแล้วว่า จิต เป็นสิ่งที่มีพลังงาน โดยเฉพาะถ้าเป็นจิตที่บริสุทธิ์ โดยสามารถเป็นสูตรตามหลักวิทยาศาสตร์ ได้ตามนี้
Courage Change Transformations
สละกิเลส (สละการยึดถือตัวเอง) เปลี่ยนพื้นฐานทางจิตใจ
การเปลี่ยนแปลง C = D x T x M x P > F (fear)
Dissatisfaction ความไม่สมใจ ไม่พอใจ ในสถานะที่เป็นอยู่ เกิดความทุกข์ (ถ้ามีความสุข รับรองได้ว่าจะไม่เปลี่ยน) ความทุกข์จะทำให้เกิดหาหนทางอย่างอื่นๆ เพื่อหาทางหลุดพ้น (ทุกข์)
Truth ความเข้าใจในเรื่องนั้น (สมุทัย)
Model มีรูปแบบ ตัวเแบบอย่างไร ที่จะทำ เป็นรูปแบบ เศรษฐกิจพอเพียง (ยุทธศาสตร์) ซึ่งจะต้องเข้าใจธรรมชาติ (นิโรธ)
Process วิธีการที่จะทำ จะไปไหน วิธีการอย่างไร (กฎธรรมชาติ รู้คน สุจริต น้ำใจ)
Fear (มรรค)
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้นั้น จะต้องเริ่มต้นด้วย Courage
เมื่อเราดูแลจิตของตัวเองได้แล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นได้ โดยจะเข้าพบความจริงได้จะต้องด้วย จิตที่บริสุทธิ์)

ความกล้าหาญ ที่จะสละแล้วซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ เป็นสิ่งที่จะต้องใช้จิตที่บริสุทธิ์ ซึ่งถ้าหากเราทุกคนฝึกฝน และต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ยืนยันในความกล้าหาญ ทิ้งในสิ่งที่เป็นสิ่งสูงสุดของตัวเอง กล้าหาญที่จะทิ้ง สละกิเลสทั้งหลายที่มีอยู่ให้ได้ หลุดพ้นจากความกลัว กล้าหาญกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง อารมณ์ที่กล้าที่ทำให้เกิดความเมตตา ดังนั้น ความกล้าหาญ จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการเปลี่ยนแปลงใด พลังของความเมตตา จะทำให้เราสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยการเข้าไปพบความจริง ข้อเท็จจริง การเข้าพบกับความจริงจะเป็นการทำให้เราเข้าใจตั้งจิตได้ถูกต้อง การมีเมตตา กรุณา ทำให้จิตได้เรียนรู้ โดยเฉพาะการทำให้เราชนะตนเองด้วยจิตที่บริสุทธิ์ จะมีความสุขมากที่สุด การชนะหรือการจะเป็นอะไรก็ตามแต่ เราควรจะต้องตอบให้ได้ว่า เป็นแล้วเพื่ออะไร เป็นมีประโยชน์หรือไม่ เช่นกันในสังคมต่างๆ หากตราบใดที่มีความละเมิด ตราบใดที่มียังไม่มีความยุติธรรม ก็จะเกิดความไม่สงบ เกิดความต่อสู้ไม่มีวันจบสิ้น มนุษย์เราเมื่อพบจุดลำบาก หากเราได้รับน้ำใจจากคนอื่นๆ เราจะได้รับสิ่งนั้นฝั่งในจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีความสุขจากการอดทน ซึ่งจะต้องฝึกฝนความอดทนตั้งแต่เด็กๆ เพื่อได้เรียนรู้ แล้วจะเกิดความสุข
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของ จิต กับ เพลง สัมพันธ์ กับอย่างไร มีพลังอย่างไร ต่อการทำงาน ตัวอย่างเพลงมากมายที่สามารถทำให้จิตเกิดการเรียนรู้ มีพลัง เช่น I dreamed a dream, Street of London, Scarborough Fair ให้ความหมายที่ดีมากสำหรับการที่ได้เห็นได้รู้จักได้เรียนรู้โดยสามารถใช้จิต ซึ่งโดยส่วนมากเพลงลักษณะแบบนี้จะมีคลื่นความถี่ต่ำ เพื่อทำให้จิตสงบ มีสติ เกิดสมาธิ และปัญญา เป็นการเข้าถึงในระดับจิตสำนักของมนุษย์เรา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น